7 สูตรลับสร้าง Sale Page ปิดการขายสำหรับคลินิกเวชกรรม

     หากคุณเป็นผู้ทำธุรกิจคลินิกเวชกรรม ที่กำลังตกอยู่ในการแข่งขันทางการตลาดที่ดุเดือดอยู่ล่ะก็ ลองมาศึกษาคอนเทนต์นี้ดูสิครับ

     ทำไมผมถึงเกริ่นแบบนั้น ?

     นั่นก็เพราะผมเชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาดูคอนเทนต์นี้ จะต้องเป็นผู้ทำธุรกิจคลินิก

     ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และต้องการหาทางออกให้กับธุรกิจคลินิกของตนเองอยู่อย่างแน่นอน

     เพราะยุคนี้ กำลังเป็นยุคที่มีธุรกิจคลินิกน้อยใหญ่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

     เหล่าผู้ทำธุรกิจคลินิกเวชกรรมจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะหาช่องทางทางการตลาดใหม่ ๆ เข้ามาช่วยผลักดันให้ธุรกิจคลินิกสามารถอยู่รอดได้

     ดังนั้นผมจึงขอเสนอ การสร้าง Sale Page เพื่อการตลาดออนไลน์ นี้ ให้เป็นอีกหนึ่งทางออกที่ดีให้กับธุรกิจคลินิกเวชกรรมของคุณ

     ซึ่งการสร้าง Sale Page เพื่อการตลาดออนไลน์ นั้น จะเป็นการสร้าง Sale Page หรือ สร้างหน้าเว็บไซต์ที่มีการวางแผนออกแบบ

     เพื่อนำมาใช้ในการโน้มน้าว และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสิ่งต่าง ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย

     ด้วยข้อดีเหล่านี้ จึงทำให้การสร้าง Sale Page เป็นที่นิยมมากขึ้นในวงการการตลาดที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลานี้

     ดังนั้น การสร้าง Sale Page จึงเป็นทางเลือกที่ดีหากคุณกำลังหาทางเพิ่มประสิทธิภาพด้านต่าง ๆ ให้คลินิกเวชกรรมของคุณ

     และเพื่อที่จะสามารถทำให้ธุรกิจคลินิกเวชกรรมของคุณสามารถยืนอยู่บนการแข่งขันที่สูงขึ้นได้ตามที่คุณต้องการนั้น 

     เราก็มาทำความรู้จักกับ 7 สูตรลับการสร้าง Sale Page ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับธุรกิจคลินิกเวชกรรม กันเลยครับ

     7 สูตรลับสร้าง Sale Page ปิดการขายสำหรับคลินิกเวชกรรม

     1. การทัชใจกลุ่มเป้าหมายด้วย ” ปัญหา ”

     การเริ่มต้นแรกของการสร้าง Sale Page ควรเริ่มด้วยการนำปัญหาที่พบจากกลุ่มเป้าหมายได้บ่อยครั้ง

     มาเป็นหลักในการตั้งหัวข้อ กำหนดเนื้อหา เพื่อทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจตั้งแต่แรกพบ

     เพราะอะไร ถึงต้องใช้ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายมาเป็นหลักในการสร้าง Sale Page ?

     เพราะส่วนใหญ่ปัญหาเหล่านั้น มักเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ง่ายและทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดข้อสงสัยได้บ่อยครั้ง

     ปัญหาเหล่านั้น จึงเหมาะที่จะนำมาอธิบายขยายความหมาย

     เพื่อที่จะสามารถชักชวนให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจ และต้องการติดตามอ่านต่อได้มากกว่าเรื่องอื่น ๆ

     ซึ่งในการสร้าง Sale Page ที่มีหัวข้อมาจากปัญหาเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นความกังวล และทำให้เกิดความสงสัยในอาการที่ตนหรือคนรอบข้างกำลังเป็นอยู่ 

     ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายอยากรู้รายละเอียดในการรักษาต่อไปมากขึ้น

     ตัวอย่างปัญหาที่สามารถเลือกมาเป็นหลักในการสร้าง Sale Page ควรเป็นปัญหาที่กลุ่มเป้าหมายสามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน

เช่น  

     หากคุณทำธุรกิจเวชกรรมที่เกี่ยวกับการรักษาโรคทั่วไป 

     จะมีหัวข้อที่สามารถเลือกนำมาเป็นหลักในการทำ Sale Page ได้ดังนี้

  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ :

ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด เหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก เป็นต้น

  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร :

ท้องเสีย ท้องผูก ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

  • อาการทางระบบผิวหนัง :

ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ ลมพิษ โรคเริมโรคงูสวัด ผิวหนังติดเชื้อ เป็นต้น

  • อาการทางระบบสืบพันธุ์ :

ตกขาว คันช่องคลอด ปวดท้องน้อย ประจำเดือนมาไม่ปกติ เป็นต้น

  • โรคติดต่อทั่วไป :

โรคหวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอีสุกอีใส โรคท้องร่วง โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

  • อาการอื่นๆ :

ปวดหัว ไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวลด นอนไม่หลับ ซึมเศร้า เป็นต้น

     และเมื่อได้หัวข้อแล้วก็ทำการอธิบายเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร มีการแสดงอาการแบบไหน เสี่ยงเป็นโรคอะไร หรือมีผลกระทบต่อเรื่องอื่น ๆ มากน้อยแค่ไหน

     โดยในการอธิบาย จะต้องเป็นการอธิบายถึงรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย

     และสามารถสื่อความหมายได้ตรงประเด็นไม่ซับซ้อน เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ติดตามอ่านเนื้อหาส่วนอื่น ๆ ต่อไป

     2. การเสนอ ” ทางออกที่ใช่ ” ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย

     ไม่ควรขายตรง แต่คุณจะต้องเสนอขายอย่างมีชั้นเชิง

     ในการนำเสนอบริการต่างๆ ของคลินิกไม่ควรขายแบบโผงผาง

     เพราะบางทีคุณก็ต้องใช้กลยุทธ์ในการเกลี้ยกล่อมเข้ามาช่วยทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกมั่นใจ

     และอยากมาใช้บริการจากคลินิกเวชกรรมได้ด้วยตัวของกลุ่มเป้าหมายเองมากขึ้น

     โดยในส่วนนี้คุณจะต้องบรรยายทางออกของปัญหาเบื้องต้น 

     ที่กลุ่มลูกค้าสามารถทำได้ด้วยตนเองก่อนที่จะมาเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและทำการรักษากับแพทย์

     จากนั้น จึงนำเสนอบริการของคลินิก โดยเพิ่มการอธิบายจุดเด่นของบริการ 

     ให้ลูกค้าทราบว่าบริการจากคลินิกของคุณแตกต่างและโดดเด่นกว่าคลินิกอื่นอย่างไร

     ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี หรือเครื่องมือการรักษาทางการแพทย์ที่ใช้ 

     แม้กระทั่งการมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็สามารถนำมาใส่ลงในส่วนนี้ได้เช่นกัน

     ซึ่งการนำเสนอข้อมูลจำนวนมากลงในส่วนนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริการและคลินิกของคุณได้

     และทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความมั่นใจที่จะใช้บริการจากคลินิกของคุณมากขึ้น

     เช่น

          คลินิกเวชกรรมที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคทั่วไป 

          เลือกใช้หัวข้อเกี่ยวกับ ”การเป็นไข้หวัด ไม่อันตราย แต่มองข้ามไม่ได้”

          การเป็นไข้หวัด แม้จะรู้ว่าไม่อันตราย แต่ไม่ได้แปลว่าให้ปล่อยไว้เฉย ๆ แล้วจะหายได้

          มีวิธีลดไข้เบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้

          1.) เช็ดตัวตามจุดชีพจร เช่น หน้าผาก รักแร้ ขาหนีบ ซอกคอ ด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น (อุณหภูมิประมาณ 30 – 37 องศาเซลเซียส) บิดหมาด ประมาณ 15 – 20 นาที และใส่เสื้อที่ผ้าสะอาดสามารถระบายอากาศได้ดี

          2.) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงการทำงานระยะหนึ่ง

          3.) ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์

          4.) ทานอาหารอ่อน ๆ เพื่อให้ร่างกายสามารถย่อยได้ง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม แกงจืด เป็นต้น และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารทอด อาหารเผ็ด อาหารรสจัด

          5.) ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาดประคบที่หน้าผาก และเปลี่ยนผ้าประคบนั้นบ่อย ๆ

          6.) สังเกตอาการ หากไข้ไม่ลดและยังสูงขึ้นเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หรือมีอาการอื่นๆ เช่น อาเจียน ท้องเสีย ชัก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

          ทางคลินิกเวชกรรมของเรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์สูงในด้านการรักษาโรคอายุรกรรมทั่วไปคอยให้บริการ การวินิจฉัย และให้การรักษาโรคแก่ลูกค้าทุกท่านได้

          โดยทางคลินิกยังมีความพร้อมด้านเครื่องมือสำหรับการรักษา และยาอย่างครบครัน 

          ทำให้ลูกค้าทุกท่านสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่คลินิกสราญรมณ์ สาขาบางกะปิ

เป็นต้น

     3. แสดง ผลลัพธ์” ที่พิสูจน์ได้

     เป็นการแสดงข้อมูลผลลัพธ์การรักษาให้กลุ่มเป้าหมายได้ทราบ

     ส่วนนี้จะเป็นส่วนของการแสดงข้อมูลการรักษาทั้งหมด ซึ่งขึ้นอยู่กับหัวข้อที่คุณเลือกนำมาเป็นหลักในการสร้างเนื้อหาส่วนต่าง ๆ ใน Sale Page

     โดยจะเป็นการอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการรักษา ผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่ลูกค้าจะได้รับ ในระหว่างทำการรักษา

     รวมถึงการบอกผลลัพธ์ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นกับลูกค้าเมื่อลูกค้าเข้ามาทำการรักษากับคลินิกของคุณ

     เช่น

          หัวข้อเกี่ยวกับ ”การเป็นไข้หวัด ไม่อันตราย แต่มองข้ามไม่ได้”

          หากทำการลดไข้เบื้องต้นแล้วแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นให้คุณเตรียมตัวก่อนเข้ารักษาตามขั้นตอนนี้

          1.) เตรียมเอกสาร

    • บัตรประชาชน
    • บัตรประกันสุขภาพ (ถ้ามี)
    • ยาที่ทานประจำ (ถ้ามี)

          2.) ค้นหาคลินิกของเรา

    • ตรวจสอบเส้นทางระหว่างคุณและตำแหน่งของคลินิก
    • ตรวจสอบเวลาทำการ
    • ตรวจสอบว่าคลินิกรับประกันสุขภาพที่คุณมีหรือไม่ (ถ้ามี)

          3.) นัดหมาย

    • ติดต่อเพื่อนัดหมายการจองคิวล่วงหน้า ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ Facebook Line ฯ

          เมื่อถึงวันเข้ารับการรักษา คุณก็สามารถเข้าลงทะเบียน หรือแจ้งคิว และนั่งรอที่บริเวณที่โซฟาแขก

          เพื่อรอเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามลำดับคิวการรักษาได้ โดยมีขั้นตอนให้ปฏิบัติตามนี้

          1.) ลงทะเบียน

    • แสดงบัตรประชาชน
    • แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามาด้วยอาการอะไร

          2.) รอพบแพทย์

    • นั่งรอตามคิวที่โซฟารับแขก

          3.) เข้าพบแพทย์

    • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับอาการ
    • ตอบคำถามแพทย์เกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วย
    • แพทย์ตรวจร่างกาย

          4.) รับยา

    • ชำระค่ารักษา
    • รับยาและใบรับรองแพทย์

          5.) พักผ่อน

    • ทานยาตามแพทย์สั่ง
    • พักผ่อนให้เพียงพอ

     เป็นต้น

     4. แสดง เสียง” ของลูกค้า บอกต่อความประทับใจ

     การแสดง เสียง” ของลูกค้า หรือเรียกง่าย ๆ ว่า การแสดงรีวิวนั่นเอง

     การแสดงรีวิวเปรียบเสมือนการพิสูจน์ความมีประสิทธิภาพด้านการรักษาและการบริการของคลินิก

     ดังนั้น คุณจึงควรให้ความสำคัญกับการแสดงรีวิวบน Sale Page ด้วยการคัดรีวิวที่เป็นรีวิวผลลัพธ์จากลูกค้าจริง

     รวมไปถึงมีข้อมูลที่มาชัดเจน และสุดท้าย รีวิวจะควรต้องเป็นรีวิวในแง่บวกเท่านั้น

     เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูล และส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการรักษา การให้บริการต่าง ๆ ของคลินิกด้วย

     โดยมีออกแบบการนำเสนอ ให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น รูปภาพ วิดีโอ กราฟิก

     ซึ่งเนื้อหาภายในจะต้องเน้นย้ำถึงผลลัพธ์ในเชิงบวก เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากเข้ามาใช้บริการจากคลินิกเวชกรรมของคุณเสมอ

     5. แสดง ราคา” ที่คุ้มค่า ตัดสินใจง่าย

     การแสดงราคา เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้บริการของกลุ่มเป้าหมายมากเลยทีเดียว

     แน่นอนว่า ราคาเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายนั้น รู้สึกได้ว่า 

     การบริการมีความคุ้มค่าพอที่จะทำให้ไปใช้บริการคลินิกเวชกรรมของคุณหรือไม่

     ดังนั้น เพื่อเป็นการยืนยันว่าคลินิกของคุณมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

     คุณจึงจะต้องสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นโดยการแสดงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรักษาอย่างชัดเจน

     ซึ่งการแจ้งข้อมูลต่าง ๆ จะเป็นการแจ้งรายละเอียดราคาค่าบริการโดยละเอียด

     และอาจแทรกการเปรียบเทียบร่วมกับแพ็คเกจอื่นให้เห็น เพื่อเป็นการแนะนำบริการอื่นให้กลุ่มเป้าหมายได้ทราบไปในเวลาเดียวกันด้วย

     6. การแสดง โปรโมชัน” เร่งด่วน กระตุ้นความต้องการซื้อ

     การแสดงโปรโมชัน คือ กลยุทธ์การกระตุ้นความต้องการซื้อของลูกค้าที่ดีที่สุด

     โดยส่วนใหญ่ การจัดโปรโมชันจะมีขึ้นเพื่อนำเสนอขายแพ็คเกจต่าง ๆ และประชาสัมพันธ์บริการของคลินิก

     ทำให้การบริการคลินิกน่าสนใจ และทำให้ Sale Page สามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

     โดยอาจใช้หลักการกลยุทธ์ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายเข้ามาช่วยเสริมให้การแสดงโปรโมชันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้

          1.) นำเสนอโปรโมชันที่ดึงดูดใจ

  • ส่วนลด: เสนอส่วนลดในอัตราที่น่าสนใจ เช่น 10%, 20%, 50% เป็นต้น
  • ของแถม: มอบของแถมที่เกี่ยวข้องกับบริการ เช่น แถม! ยาสามัญประจำบ้าน คูปองส่วนลด เป็นต้น

          2.) กำหนดเวลาโปรโมชัน กระตุ้นให้ตัดสินใจเร็วขึ้น

  • การระบุระยะเวลาโปรโมชันที่ชัดเจน เช่น 7 วัน 14 วัน 1 เดือน เป็นต้น
  • การใส่ข้อความเพื่อสร้างความเร่งด่วน กระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อก่อนโปรโมชันหมด

เช่น “โปรโมชันจะได้ 10 คนแรกเท่านั้น” “รีบติดต่อสอบถามก่อนหมดโปร” เป็นต้น

          3.) เน้นข้อเสนอพิเศษ สร้างความคุ้มค่า

  • เน้นย้ำประโยชน์ของโปรโมชัน สร้างความรู้สึกคุ้มค่า
  • เปรียบเทียบราคาปกติกับราคาโปรโมชัน กระตุ้นการตัดสินใจ

     7. การแสดง “Call to Action” ที่ชัดเจน กระตุ้นการตัดสินใจ

     การแสดง Call to Action ที่ชัดเจนคือส่วนที่สำคัญที่สุดของ Sale Page

     ใช้คำว่า สำคัญที่สุด ก็ไม่เกินจริงเลยครับ

     เพราะเป้าหมายของการสร้าง Sale Page คือ การปิดการขายได้ 

     ดังนั้น การแสดง Call to Action จึงเป็นส่วนที่คุณควรให้ความสำคัญมากที่สุด

     ส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบของปุ่มกดที่มีความโดดเด่นมากกว่าส่วนอื่น ๆ และอาจกระจายตัวอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของ Sale Page

     เพื่อแสดงช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย และช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มมากขึ้น

     โดยองค์ประกอบสำคัญของ Call to Action ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้มีดังนี้

  • ความชัดเจน

     ข้อความบน Call to Action ควรบอกให้ชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายต้องทำอะไร 

     เช่น “สั่งซื้อตอนนี้” “ทักไลน์เพื่อสอบถาม” “จองคิวรับบริการ” เป็นต้น

  • ความเร่งด่วน

     Call to Action มีข้อความเพื่อสร้างความรู้สึกอยากรีบตัดสินใจ เช่น “โปรโมชันมีจำนวนจำกัด” “หมดเขตวันที่…” เป็นต้น

  • ความเรียบง่าย

     Call to Action ควรมีเพียงข้อความสั้นๆ กระชับ เข้าใจง่าย ไม่ควรมีคำอธิบายที่ยืดเยื้อ

  • ความโดดเด่น

    Call to Action ควรมีสีสัน รูปแบบ ตัวอักษร ที่แตกต่างจากส่วนอื่นของ Sale Page เพื่อดึงดูดความสนใจ

  • ความสะดวก

     Call to Action ควรมีช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย สะดวกสำหรับลูกค้า เช่น เบอร์โทรศัพท์ ไลน์ Facebook อีเมล เป็นต้น

     เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ 7 สูตรลับสร้าง Sale Page ปิดการขายสำหรับคลินิกเวชกรรม

     ผมเชื่อว่า ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ จะทำให้คุณสามารถเข้าใจพื้นฐานในการสร้าง Sale Page ให้ตรงตามความต้องการของคลินิกเวชกรรมของคุณได้นะครับ

     การจะสร้าง Sale Page ที่ตรงต่อความต้องการได้ และยังสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

     จึงจำเป็นจะต้องใช้การฝึกฝนการเขียน และความชำนาญในการเรียบเรียงข้อมูลพอสมควรเลยครับ

     ถ้าหากคุณพิจารณาแล้ว คิดว่าไม่สามารถทำได้ หรือธุรกิจของคุณไม่สามารถหยุดรอความชำนาญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ติดต่อเราสิครับ 

     เรามีทีมงานที่จะช่วยซัพพอร์ตการตลาดออนไลน์ของคุณ ที่ไม่ใช่แค่เพียงการสร้าง Sale Page แต่ยังรวมไปถึงส่วนอื่น ๆ ที่คุณจำเป็นต้องมีในการพัฒนาการตลาดออนไลน์ส่วนอื่น ๆ ด้วย

เพียงคลิกที่นี่🔻

IMPEL MARKETING บริการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจออนไลน์

IMPEL MARKETING จากประสบการณ์ ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 10 ปี

เราจะให้คำปรึกษาถึงแก่นการทำตลาดออนไลน์ให้คุณมียอดขายถึงขีดสูงสุดในทุกประเภทสินค้าและบริการ

การันตีผลงานทีมงานด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีเราสร้างยอดขายให้ธุรกิจมากกว่า 10 แบรนด์ ยอดขายรวมกว่า 500 ล้านบาท